

ดิฉันนางสาวอุมาพร อ่องสิทธิ์ เป็นมารดาของนายเฉลิมพล วิมลลักษณ์ (บูบู้) ลูกเป็นบุตรชายคนโต และมีน้องสาวอีกหนึ่งคน เป็นคนอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี จบการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง แผนกวิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาลัยเทคนิคจันทบุรี มีความรู้ ความสามารถในเรื่องเทคโนโลยี วงจรไฟฟ้า และยานยนต์ รวมไปถึงความสามารถในการสร้างหุ่นยนต์เป็นอย่างดี เมื่อสำเร็จการศึกษาได้ประกอบธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับงานช่าง อาทิ สร้างแผงวงจรไฟฟ้ารถยนต์ ติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เป็นที่รู้จักกันในนาม “ช่างบู้” และสานต่อเป็นเสาหลักของครอบครัวในการทำสวนผลไม้
ลูกบู้ในวัยเด็กเป็นเด็กฉลาด มีไหวพริบดี เรียนเก่ง มีลักษณะนิสัยขยันหมั่นเพียร มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน อัธยาศัยดี โอบอ้อมอารี รักครอบครัว และคนรอบข้าง ลูกบู้เป็นคนดี มีน้ำใจ เป็นเสาหลักและเป็นผู้นำครอบครัวที่ดี และอบอุ่นให้กับภรรยา และลูกสาววัย ๘ ปี ทางด้านอาชีพมีอนาคตก้าวไกล โดยลูกค้ามีความไว้วางใจจะเรียก “ช่างบู้” มาติดตั้งระบบวงจรโซล่าเซลล์อยู่เสมอ
และแล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๗ ในช่วงเวลา ๑๓.๓๐ น. แม่ได้รับโทรศัพท์จากภรรยาของลูกบู้ว่า “แม่ ๆ พี่บู้ตกหลังคา” พูดซ้ำ ๆ ด้วยความตกใจ แม่จับใจความได้ว่า ลูกชายพลัดตกจากที่สูง จากติดตั้งโซล่าเซลล์ แต่ด้วยความที่แม่เองอยู่ไกลจากที่เกิดเหตุ เพราะกำลังเดินทางกลับจากพักผ่อนที่หัวหิน เดินทางอยู่ถนนเส้นกาญจนาภิเษก จึงตั้งสติให้ดี และคิดว่าลูกชายคงไม่ได้เป็นอะไรมาก อย่างหนักก็คืออาจจะหลังหัก แม่ทั้งสวดมนต์ภาวนา อีกทั้งต้องประสานงานและตั้งสติขับรถกลับให้ปลอดภัยมาหาลูกชายให้ได้
ในขณะที่แม่ยังนึกในใจว่าเพิ่งได้คุยกับลูกชายในวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๗ ประมาณเวลา ๒๒.๐๐ น. ก่อนที่จะเดินทางไปเที่ยวที่หัวหิน ลูกบู้ได้บอกกับแม่ว่าให้แม่ไปเที่ยวก่อน เดียวหนูจะไปเที่ยวเชียงใหม่ ช่วงปลายปี และยังบอกอีกว่าปีนี้พ่ออายุ ๖๐ ปีแล้ว ปีนี้หนูจะช่วยทำสวนผลไม้แบบเต็มตัว พ่อจะได้พักบ้าง และเมื่อลูกสะใภ้ถึงโรงพยาบาลขลุงก่อนจึงโทรมาหาแม่อีกรอบ คำตอบที่แม่ได้รับทำให้แม่มือเย็นเฉียบ เพราะลูกบู้ไม่รู้สึกตัว อุบัติเหตุทำให้ศีรษะได้รับการกระแทกอย่างรุนแรง เป็นเหตุให้เกิดเลือดออกในเยื่อบุสมองชั้นนอก ด้วยสถานที่ที่ลูกไปติดตั้งระบบวงจรโซล่าเซลล์ห่างไกลจากโรงพยาบาลที่ใกล้เคียง จึงใช้เวลานานกว่าจะมาถึงโรงพยาบาลขลุงราว ๑ ชั่วโมง พอมาถึงโรงพยาบาลขลุง ทางทีมแพทย์ต้องส่งตัวไปรักษาโรงพยาบาลพระปกเกล้า เพราะสัญญาณชีพของลูกชายมีน้อยมาก
แม่มาถึงโรงพยาบาลพระปกเกล้าประมาณเวลา ๑๖.๓๐ น. ได้รับทราบจากพยาบาลว่าลูกชายเลือดออกในสมองทำให้สมองบวม รวมกับสัญญาณชีพเหลือเพียงแค่ ๓ จาก ๑๕ ทางครอบครัวได้แต่เฝ้าภาวนาขอให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ขอให้ลูกบู้ตอบสนองกับยาที่ได้รับ และขอให้เลือดหยุดไหล แต่ปาฏิหาริย์ก็ไม่มีจริง ลูกเสียชีวิต แพทย์เรียกญาติเข้าพบเพื่อแจ้งอาการของลูกชาย ว่าแพทย์ได้ช่วยชีวิตลูกชายอย่างเต็มที่แล้ว แต่ด้วยความที่ศีรษะกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจึงไม่สามารถยื้อชีวิตลูกชายไว้ได้ และแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าคนไข้มีภาวะสมองตาย การเสียชีวิตด้วยภาวะนี้มีน้อยมาก เพราะอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายยังคงทำงานได้อยู่ ทางแพทย์และพยาบาลจึงได้อธิบายในเรื่องของการบริจาคอวัยวะให้ครอบครัวรับฟัง และเพื่อสอบถามว่าทางครอบครัวมีความเห็นอย่างไร
ทางครอบครัวได้ปรึกษากันมีความเห็นตรงกันว่าจะบริจาคอวัยวะ ที่ยังคงแข็งแรงเพื่อที่จะต่อชีวิตให้กับผู้รอรับการปลูกถ่ายอวัยวะเพื่อให้เขามีสุขภาพแข็งแรงได้อีกครั้ง รวมทั้งยังเป็นการ อุทิศส่วนกุศลที่ยิ่งใหญ่นี้ให้กับ นายเฉลิมพล วิมลลักษณ์ ลูกชายผู้ที่มีแต่คำว่าให้จนวาระสุดท้ายของชีวิต การสูญเสียที่หนักหนาของครอบครัว “วิมลลักษณ์” แต่ลูกชายก็ยังทำคุณประโยชน์สูงสุดด้วยการบริจาคอวัยวะ หัวใจ ไต และดวงตา
ความรู้สึกของคนในครอบครัวเสียใจอย่างมากที่สุดแต่การจากไปของลูกชายก็สร้างความภูมิใจมากเช่นกันที่ได้ช่วยต่อลมหายใจของใคร ๆ ได้อีกหลายคน ถึงตัวจากไปแต่หัวใจก็ยังอยู่ ทางครอบครัวก็มีความหวังว่าผู้ที่ได้รับอวัยวะจะมีสุขภาพดียิ่งขึ้น ใช้ชีวิตกับครอบครัวได้อีกครั้งค่ะ
ด้วยรักและอาลัย เทวดาตัวน้อยของแม่ และดวงใจของครอบครัว “วิมลลักษณ์”
นางสาวอุมาพร อ่องสิทธิ์
ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย ©2019 All rights reserved.
อาคารเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน) ชั้น 5 1871 ถ.พระราม 4 ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เงื่อนไขและข้อตกลง | นโยบายความเป็นส่วนตัว | มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล